ทุ่งหญ้าเงียบ ๆ ใต้แสงจันทร์แตกออกครั้งเดียวเต็มตัว หิ่งห้อยกระพริบเป็นดวง ๆ หญ้าแหว่นกรอบ กบร้องคราง ลมพัดพาสิบกลิ่นผ่านความมืด กระต่ายน้อยตัวเล็กทาบหูทั้งสองแบนราบกับหัว นั่งนิ่งอยู่กลางทุ่งกว้าง
เธอนำหน้าหันซ้าย หันขวา เงยขึ้นสูง หิ่งหอยลอยผ่านไปตรงหน้า ตัวเต่าปูล์กระดกครืด หญ้าก้มตัวลง เธอหยุด หูกระปิดลงอีก
จมูกเย็นของเธอจุ่มลงไปในหญ้าชื้น ลากลึกเข้าไป ทุกสิ่งพร้อมกันหมด เธอคิด ไม่มีอะไรเดียวที่เงียบเลย เธอยกหน้าขึ้น หางกระเพื่อมครั้งเดียว
เธอลองจ้องแค่อย่างเดียว จั่นแมงมุมระยิบระกำอยู่ระหว่างกิ่งไม้เล็ก แต่เต่าปูล์สีดำกระดกตรงข้ามไป น้ำค้างเม็ดเดียวบนเฟิร์นเอียง ลมปัดจนร่วงไป เธอเปลี่ยนสายตามองหามันเอง
แสงจันทร์แตกเป็นร้อยดาวเล็ก ๆ บนทุกใบหญ้า หูเธอกระเพื่อมเร็วขึ้น เท้าหลังกระแทกดิน แรงขึ้น แรงขึ้น เธอยกหน้าขึ้นสูง แล้วหยุด
เธอนั่งนิ่งมาก อ้าเท้าหน้าพับทับกันใต้คาง หูตก پایینช้า ๆ ความเงียบตกลงมารอบตัวอย่างผ้าบาง หนา หนัก เธอไม่กระดิก ไม่กระพริบ เหลือแค่เสียงลมหายใจตัวเอง
สายตามองนิ่งที่น้ำใสกลมกล่อมเม็ดหนึ่ง บนใบไม้กว้างข้างสะโพก ข้างในหยด แสงจันทร์ขังเป็นสีทอง-เงิน หมุนช้า ๆ เหมือนลมหายใจเล็กที่ใครสักคนกลั้นไว้ ใบไม้ครางเบา ๆ เกือบจะฟังไม่ออก
จมูกชื้นนุ่มดันใต้ใบไม้เบา ๆ น้ำใสสั่น ยืด ออก เอียงไปทางจะร่วง แสงข้างในจุดติดเป็นกาแล็กซีเล็ก ๆ หมุนวน สว่างวาบ แล้วค่อย ๆ ตั้งตัวนิ่ง ยังห้อยอยู่
เท้าหน้าทั้งสองแนบดินเย็น เธอยกหน้าขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากเปิดนิดเดียว เธอหายใจออก โอป่าว เธอคิด คำนั้นเล็กและกลมเหมือนหยดน้ำที่อยู่ข้างบน ไม่หายไปไหน
เธอขดตัวเป็นลูกกลมในแสงจันทน์ซีด คางก้มต่ำ หูข้างหนึ่งพาดบนใบไม้ที่หยดยังเรืองแสงเล็ก ๆ หิ่งห้อยกะพริบ กบร้อง แต่ไกลแล้ว นุ่มเหมือนเพลงที่จำไม่ได้ชัด ลมหายใจยาว สม่ำเสมอ แสงเงินบาง ๆ ลาดทั่วหลังเธอ เงียบมาก